|
ประสบการณ์การฝึกมโนมยิทธิแบบเต็มกำลัง
โดย .. แพทย์หญิง นีรดา นวรัตน ณ อยุธยา
เมื่อข้าพเจ้าได้ทราบข่าวล่วงหน้าว่า
หลวงพี่อนันต์ ท่านจะทำการฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลังก็ดีใจมาก
ตั้งใจไว้ล่วงหน้าแล้วถึง ๒ - ๓ เดือน ว่ายังไง ๆ ก็ต้องไปให้ได้ เคยได้ยินเขาเล่ากันว่า
การฝึกเต็มกำลังนี้เห็นอะไรชัดเจนเหมือนเอาตาเนื้อเห็น อยากจะไปที่ไหนก็ได้ไปแบบชัดเจน
ข้าพเจ้าจึงอยากฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลังเหลือเกิน
พอถึงวันฝึกจริงก็ตั้งใจมากว่า
วันนี้เราต้องไปให้ได้ เรียกว่ากำลังใจมีมากกะจะไม่ให้มีการผิดพลาดเด็ดขาด
พอหลวงพี่อนันต์ท่านมาแนะนำก่อนฝึกว่า ให้ภาวนานะมะพะธะ
ถ้ามีแสงสว่างมาเมื่อไรให้พุ่งจิตตามแสงนั้นไปทันที ข้าพเจ้าก็เริ่มภาวนาไปเรื่อย
ๆ นะมะพะธะ นะมะพะธะท่องอยู่นาน ใจก็นึกรอแสงว่าเมื่อไรจะมีแสงสว่างมาจะได้รีบพุ่งจิตตามแสงไป
วันนี้ถ้าหากจะต้องตายเป็นตาย จะไปนิพพานให้ได้สักครั้งหนึ่ง ก็จด ๆ จ้อง
ๆ แล้วก็ท่อง ๆ อยู่นาน จนหมดเวลาก็ไม่เห็นแสงมาสักที เป็นอันว่าการฝึกวันแรกไม่ได้ผล
เดินคอตกกลับที่พัก รู้สึกผิดหวังมาก กะจะไปเที่ยวนิพพานสัก ๒ วัน นี่ก็หมดไปวันหนึ่งแล้ว
นึก ๆ อยู่ว่า นี่แหละหนาพระท่านก็บอกแล้วว่า คนที่เคยฝึกได้ ให้หมั่นกลับไปฝึกให้ดี
ฝึกนั่งบ่อย ๆ ให้จิตเคยชิน นี่เราขี้เกียจเอง นาน ๆ ถึงจะนั่งสักที หรือต้องการจะขออะไรท่านทีจึงค่อยเข้าห้องพระไปนั่ง
ก็เลยผิดหวังแบบนี้
พอกลับมาที่พักก็หัดภาวนาตลอด
ตอนนี้ชักเริ่มปลงตกคิดว่าเอาเถอะ ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไหน ๆ ก็มาแล้ว เราก็นั่งไปแบบที่เราเคยนั่งก็แล้วกัน
ครึ่งกำลังก็ยังดีกว่าไม่มีกำลังเสียเลย คือ นั่งไม่ได้เลย แล้วก็อธิษฐานจิตขอองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐม
สมเด็จองค์ปัจจุบัน หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษี ว่ายังไง ๆ ลูกก็มาแล้ว และโอกาสที่จะฝึกเต็มกำลังแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อย
ๆ ชาตินี้ทั้งชาติลูกจะได้มีโอกาสฝึกอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ขอให้บุญกุศลที่ลูกเคยบำเพ็ญมาแล้วนับตั้งแต่อดีตชาติจนถึงชาติปัจจุบันนี้ส่งผลให้ลูกฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลังได้ในวันพรุ่งนี้ด้วยเถิด
แล้วก็นอนภาวนาไปเรื่อย ๆ จนหลับ
วันรุ่งขึ้น
พอเริ่มลงมือฝึก หลวงพี่อนันต์ท่านก็บอกว่า เมื่อวานนี้ที่ไปกันไม่ได้ เพราะหลายคนใส่กระดาษคาถา
นะโมพุทธายะ ผิดด้าน เอาด้านที่มีอักษรกลับหัวลง
วันนี้ให้เปลี่ยนเสียใหม่ ข้าพเจ้าเลยรีบเช็คเผื่อเราจะเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น
แต่ก็พบว่าเมื่อวานนี้ใส่ถูกแล้ว ก็ยังไปไม่ได้ ชักจะใจเสียอีกแล้ว เริ่มภาวนาไปเรื่อย
ๆ ได้ก็ช่าง เราก็นั่งของเราไปเรื่อย ๆ นั่งหลับตาไปก็ได้ยินเสียงคนโน้นล้มคนนี้ร้อง
มีผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งร้องไห้โหยหวนอยู่ใกล้ ๆ ข้าพเจ้าเสียด้วย แต่ก็ภาวนาไปเรื่อย
ๆ ไม่สนใจว่าใครจะล้มใครจะลุก พอสักพักจิตสงบ ข้าพเจ้านึกถึงหลวงพ่อฤาษีขอให้ท่านมารับไปนิพพานด้วยเถิด
ภาวนาต่อสักครู่ก็มีแสงสว่างวาบมาตรงหน้า ตัวของข้าพเจ้าเริ่มสั่นโคลงไปโคลงมา
ข้าพเจ้ารีบเอาจิตพุ่งตามแสงสว่างนั้นไป ใจก็นึกถึงหลวงพ่อแล้วก็มีภาพหลวงพ่อฤาษีอยู่ตรงหน้า
ท่านองค์ใหญ่มากมาปรากฏองค์แบบห่มจีวร ถือไม้เท้า ท่านยิ้มด้วย ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าปลื้มปีติมาก
แล้วก้มลงกราบท่าน พยายามรวบรวมกำลังใจทั้งหมดพุ่งไปหาท่าน ตัวที่กำลังสั่นผับ
ๆ ก็ยิ่งสั่นแรงขึ้น รู้สึกว่ามันตื้อ ๆ แต่บางทีก็เบาหวิวเหมือนจะลอยขึ้นจากพื้น
ข้าพเจ้าจับภาพหลวงพ่อยิ้มให้อยู่อย่างนั้นสักพัก
แล้วคุณสมพร ครูฝึกก็เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็ตอบว่าเห็นภาพองค์หลวงพ่ออยู่ตรงหน้า
ใจก็นึกว่า ตายเป็นตายไม่ห่วงร่างกาย จะเต้นจะล้มอย่างไรก็เชิญตามสบาย ตอนนี้หลวงพ่อท่านมารับแล้ว
ลูกขอไปอยู่พระนิพพานกับหลวงพ่อด้วยเถิด
พอนึกเสร็จปุ๊บ
ภาพหลวงพ่อตรงหน้าก็เปลี่ยนใหม่ภายในอึดใจเดียว คราวนี้ท่านทรงชุดพระนิพพานสว่างจ้าจนน้ำตาไหล
สว่างเหมือนดวงอาทิตย์หลาย ๆ ดวงมารวมกันตรงหน้า จิตตอนนั้นเป็นสุขมาก ทั้ง
ๆ ที่สว่างมากขนาดนั้น แต่กลับไม่ร้อน และมีความอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก เห็นหลวงพ่อท่านทรงชุดพระนิพพานใสสว่างเป็นประกายเพชร
สวยสดงดงามเหลือเกินจนอยากที่จะหยุดนั่งอยู่ตรงนั้นตลอด ครูฝึกถามว่าคราวนี้อยากไปไหน
ข้าพเจ้าตอบว่า อยากไปพระจุฬามณีเจดียสถานไปกราบองค์สมเด็จ
พอนึกเสร็จปุ๊บก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าพระจุฬามณีเรียบร้อยแล้ว
แต่การมาคราวนี้สว่างไสว และสวยงามกว่าทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเคยเห็น สว่างเป็นแก้วผสมเพชรแวววาวไปหมด
ก้มลงมองดูตัวเอง ก็พบว่าแต่งตัวสวยไม่เบา ผิวเนื้อของข้าพเจ้าเป็นเหมือนผิวเนื้อคนและผสมแก้วด้วย
แต่ไม่สว่างเป็นแก้วเหมือนของเทวดา นางฟ้า บนศีรษะใส่ชฎายอดแหลม เสื้อปักเพชรทั้งหมด
ระยิบระยับ โจงกระเบนก็เป็นเพชร ที่นิ้วมีแหวนเพชรเม็ดโต ๆ ใส่หมดทั้งสิบนิ้วสวยงาม
เลยเผลอนึกไปว่า ถ้าในเมืองมนุษย์เรามีแหวนมากอย่างนี้ก็จะดี
นึกได้นิดเดียวกำลังจิตชักจะตก
รีบตัดสินใจใหม่ พอเข้าไปข้างในพระจุฬามณีจะมีแท่นอยู่แท่นหนึ่ง ตอนนี้กำลังใจไม่สค่อยดี
เลยไม่เห็นรายละเอียด แต่รู้ว่าสว่างมากที่สุด จิตตอนนั้นบอกว่าเป็นที่ประทับขององค์สมเด็จ
ข้าพเจ้าก็ก้มลงกราบ พร้อมกันนั้นก็กราบพระอรหันต์ พรหม และเทวดา นางฟ้าที่ประทับ
ณ ที่นั้นทั้งหมด ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนองค์สมเด็จท่านเอาพระหัตถ์มาลูบที่ศีรษะ
มันก็แปลกที่เรายังใส่ชฎา แต่พอท่านเอาพระหัตถ์มาลูบ ทำไมเรารู้สึกได้ ครูฝึกถามว่า
ท่านประทานโอวาทว่าอย่างไรได้ยินไหม ข้าพเจ้ารับสัมผัสได้ว่า
"ให้ทำความดีมาก
ๆ หมั่นทำบุญ สะสมบุญ และให้กลับไปฝึกนั่งมโนมยิทธิเต็มกำลังทุกวัน"
ข้าพเจ้าก็ก้มลงกราบท่าน
ครูฝึกบอกว่า ท่านประทานโอวาทแล้วให้เอาไปปฏิบัติตามด้วย แล้วถ้าอยากไปไหนอีกก็ก้มลงกราบท่าน
ขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จและหลวงพ่อท่านพาไป ตอนนี้กายของข้าพเจ้าก็ยังสั่นผับ
ๆ แบบต่อเนื่อง จะล้มมิล้มแหล่ ครูฝึกเลยบอกว่าถ้าร่างกายมันอยากนอน ก็ให้เอนตัวลงนอนไม่ต้องฝืน
ข้าพเจ้าก็เลยล้มตัวลงนอนกลางศาลา แหม..สบายดีแท้ นอนแผ่กลางศาลา ๑๒ ไร่
ใจยังอยู่ที่พระจุฬามณีคราวนี้หยุดเต้นแล้ว ก็เลยไปเที่ยวต่อ ขอบารมีองค์สมเด็จไปกราบสมเด็จองค์ปฐม
กราบขอพรท่าน ขอให้ได้ไปนิพพานในชาตินี้ ท่านก็แผ่ฉัพพรรณรังสี เป็นประกายสว่างคลุมตัวข้าพเจ้า
ความรู้สึกตอนนี้รักพระนิพพานมาก อยากอยู่ที่พระนิพพานจริง ๆ ตอนอยู่ที่เมืองมนุษย์ก็อยากได้นั่น
อยากมีนี่ อยากไปเรื่อย ๆ แต่พอได้ไปอยู่เบื้องพระพักตร์ของท่าน ความอยากเหล่านั้นไม่รู้หายไปไหนหมด
รักแต่พระนิพพานอย่างเดียว รู้สึกเบื่อหน่ายร่างกายไม่เห็นมีอะไรดี เกิดมายังไม่ทันไร
มันก็เริ่มเหี่ยวเริ่มแก่แล้ว ทำงานก็เหนื่อยแสนเหนื่อยกว่าจะได้เงิน ถ้าได้ตายตอนนี้แล้วได้ไปอยู่ที่พระนิพพานตลอดก็จะดี
แล้วก็ขอบารมีหลวงพ่อไปเที่ยวชมวิมานของหลวงพ่อ
(วิมานตัวเองไม่ยักอยากไป เพราะมันไม่สวยงามเท่าของหลวงพ่อท่าน) พอนึกปุ๊บ
โอ้โฮ สว่างเหลืองอร่ามเป็นทอง แต่เป็นทองที่มีประกายเพชรผสมด้วย ไม่ใช่ทองอร่ามด้าน
ๆ แบบในโลกมนุษย์ มีซุ้มประตู ๓ ซุ้ม เป็นทองผสมแก้วทั้งหมด เหมือนซุ้มประตูวัดท่าซุงแต่สวยกว่ามาก
และมีฉัตรหลายชั้นซ้อน ๆ กันอยู่ข้างบน ข้าพเจ้าก็เข้าไปกราบหลวงพ่ออีก คราวนี้มีท่านแม่ศรีประทับอยู่ข้าง
ๆ ด้วย แต่ท่านประทับนั่งคนละแท่น ข้าพเจ้าก้มกราบท่าน ท่านแม่ท่านทรงชุดพระนิพพานทั้งชุดเป็นประกายเพชร
พระพักตร์ท่านงามมาก รู้สึกอบอุ่นและสุขใจมากเมื่อได้เห็นท่าน มัวแต่นั่งเพลินกำลังจะขอพรจากท่าน
"ขอให้ลูกรวย ๆ" กับเขาเสียที พอดีสัญญาณหมดเวลาก็เลยต้องกราบลาท่าน
แล้วก็กลับมาในเมืองมนุษย์ คืนสู่สภาพเดิม รู้สึกปวดเมื่อยไปหลายชั่วโมงเพราะว่าเต้นอยู่นาน
ข้าพเจ้าดีใจมากที่ได้มีโอกาสฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลังได้
และก็ปลื้มใจมากที่มีโอกาสได้ไปเห็นพระนิพพานที่สวยสดงดงามแบบชัด ๆ กว่าทุกครั้ง
ถ้าไม่ได้มาฝึกในครั้งนี้ข้าพเจ้าคงต้องเสียใจไปตลอดแน่ ๆ และรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จ
หลวงพ่อฤาษี หลวงพี่อนันต์ รวมทั้งคุณสมพรครูฝึก อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ท่านได้เมตตานำเราให้ได้ไปพบพระนิพพานในครั้งนี้
พญ. นีรดา นวรัตน ณ อยุธยา
๓๑/๓ หมู่ ๑๔ ถนนฉิมพลี
เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐
|