๒๐. ตอบปัญหาข้องใจ

      โอกาสนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้พากันสมาทานศีลและสมาทานพระกรรมฐานเสร็จแล้ว ต่อแต่นี้ไปเป็นโอกาสที่บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย จะเจริญพระกรรมฐานและวิปัสสนาภาวนา และขอให้ทุกคนตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า เวลาหายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก เวลาหายใจเข้านึกว่า พุท เวลาหายใจออกนึกว่า โธ การกำหนดลมหายใจเข้าลมหายใจออกและคำภาวนาคู่กันไป นี่เป็นหลักเริ่มต้นของการปฏิบัติพระกรรมฐาน
      การเจริญพระกรรมฐานที่จะให้ดีก็ต้องรู้จักเอาชนะใจตนเอง ตนเองรู้อยู่ว่าเวลานี้เรามีกิจอะไรจะพึงทำและตั้งใจเฉพาะอยู่ กิจนั้นจึงจะมีผลในการเจริญพระกรรมฐาน นี่เป็นปัญหาเฉพาะวันนี้ที่มีคนมาถามว่าทำอย่างไรจึงจะควบคุมกำลังจิตให้สมาธิ และทำอย่างไรจึงจะให้ใจเข้าอยู่ถึงฌานสมาบัติ ความจริงการทำจิตให้เป็นสมาธิหรือทำจิตให้เป็นฌานสมาบัติเป็นของไม่ยาก ถ้าเราเป็นคนไม่มีใจโลเลล่อกแล็ก ถ้าหากว่าเป็นคนมีอารมณ์จิตตั้งมั่น รู้จักกิจที่เราจะพึงกระทำการที่เจริญพระกรรมฐานและเอาดีไม่ได้ เพราะว่าเราไม่รู้กิจไม่รู้หน้าที่ที่จะพึงกระทำ เป็นคนไร้สติสัมปชัญญะไม่รู้จักควบคุมกำลังใจตนเอง มันก็เอาดีกันไม่ได้ เราจะดีได้หรือจะชั่วได้อยู่ที่เราคนเดียวเท่านั้น ไม่มีใครที่เขาจะมายกยอปอปั้นให้เราดีหรือเราเลว แม้แต่พระพุทธองค์ก็ตรัสว่า อักขาตาโร ตถาคตา ตถาคต เป็นแต่เพียงผู้บอกเท่านั้น สำหรับความดีหรือความชั่วที่เราจะได้ก็ต้องเราเป็นผู้ทำเองโดยเฉพาะ
      เมื่อฟังคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ที่ทำได้ดีก็เพราะท่านนำไปประพฤติปฏิบัติตาม เวลาที่จะฟังก็ใคร่ครวญไปตามกระแสพระสัทธรรมเทศนาที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพูด เมื่อพระพุทธเจ้าทรงพูดเขาก็ใช้ปัญญาคิดตาม
      คนที่ได้ดีเขาทำกันแบบนี้ ขณะที่ฟังก็ดี ขณะที่ตั้งใจทรงสมาธิจิตก็ดี เขาไม่ให้อารมณ์ส่งไปสู่อารมณ์อื่น รู้จักควบคุมใจของเราให้อยู่เฉพาะกิจที่เราจะพึงทำ คือกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกและคำภาวนา เมื่อเรารู้กิจอย่างนี้ขณะที่เราทรงสมาธิจิตตั้งใจทรงความดี เราก็บังคับจิตให้รู้เฉพาะลมหายใจเข้าออก ลมหายใจเข้านึกว่า พุท ลมหายใจออกนึกว่า โธ

หน้า 131 สารบาญ หน้า 133