๓. พร้อมสัจจะ

      โอกาสนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้พากันสมาทานอุโบสถศีลและสมาทานพระกรรมฐานแล้ว คำสมาทานทั้งหมดขอให้บรรดาพุทธบริษัทถือเป็นหัวใจของการปฏิบัติ
เราสมาทานศีลจงตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์ อย่าเพียงสักแต่ว่าสมาทาน แล้วการรักษาศีลให้บริสุทธิ์นี่ก็ไม่ใช่เฉพาะเวลานี้ ถือว่าการสมาทานศีลครั้งแรกในชีวิต       เราก็ต้องรักษากันไปตลอดจนกว่าจะถึงวันตาย อย่างนี้จึงจะชื่อว่าใช้ได้ รวมทั้งพระทั้งเณรก็เหมือนกัน การเป็นผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ย่อมเป็นปัจจัยตัดความเดือดร้อน เรามีศีลบริสุทธิ์นึกถึงศีลเป็นปกติ พระพุทธเจ้าเรียกว่าเป็นผู้เจริญศีลานุสสติกรรมฐาน นี่เป็นความดีอันหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าถึงอย่างเราก็กามาวจรสวรรค์ หรือมิฉะนั้นก็เป็นพรหม ถ้าศีลบริสุทธิ์จริง ๆ เราก็ไปพระนิพานได้ ถ้ามีความเข้าใจในศีล
      ประการที่สอง เมื่อเราสมาทานพระกรรมฐานว่า อิมาหัง ภควา อัตตภาวัง ตุมหากัง ปริจัชชามิ ซึ่งแปลเป็นใจความว่า ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คำนี้เป็นถ้อยคำที่สำคัญที่สุด เราจึงเป็นผู้ไม่ลืม ถ้าเราไม่ลืมคำนี้แล้วตั้งใจปฏิบัติตามคำนี้ ก็ชื่อว่าเป็นผู้เอาความดีได้ไม่ยาก
      คำว่า มอบการถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็หมายความว่าจะปฏิบัติตามที่พระองค์ทรงสั่งสอนทุกอย่าง
            พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนว่าอย่างไร ?
            พระพุทธเจ้าบอก พยายามละความชั่ว ประพฤติความดี และทำใจให้ผ่องใส
                                          การละความชั่ว คือการไม่ละเมิดในศีลห้า หรือศีลแปด
                                          ประพฤติความดี คือประพฤติความในของศีลที่กล่าวมาแล้วนั้น
                                                                       ไม่ละเมิด แล้วก็ปฏิบัติตามศีล
                                          ทำจิตใจให้ผ่องใส ก็ได้แก่การละงับจิตจากความรัก ความโลภ
                                                                         ความโกรธ ความหลง
            ทำไมพระพุทธเจ้าจึงสอนอย่างนั้น ?

หน้า 15 สารบาญ หน้า 17