๘. หัวใจการเจริญพระกรมฐาน

      วันนี้ก็จะขอย้อนพูดถึงหัวใจของการเจริญสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา เมื่อฟังแล้วก็จำกันไว้ด้วย ตามธรรมดาพระพุทธเจ้าท่านพูดไม่ซ้ำ ตามแนวของพระพุทธเจ้ามีคำอยู่ว่า อักขาตาโร ตถาคตา ตถาเป็นแค่เพียงผู้บอก ไม่ใช่ยกยอปอปั้นให้ใครได้ฌานสมาบัติ การปฏิบัติจะให้ได้ดีในเขตของพระพุทธศาสนา เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องปฏิบัติตามพระแสพระสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งใดที่พระพุทธจ้าทรงห้ามหรือแนะนำว่าไม่ควร สิ่งนั้นเราต้องเว้นเด็ดขาด ถ้าสิ่งใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสนับสนุน สิ่งนั้นต้องทำด้วยชีวิต จงพยายามทำด้วยจิตใจที่แท้จริง
      การเจริญหรือปฏิบัติความดีในพระพุทธศาสนาเพื่อมรรคผล ที่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนยังมีความเข้าใจผิดอยู่กันมาก ว่าด้วยการปฏิบัติด้วยอาการเครียดเป็นของดี นี่เราก็ต้องหันไปดูพระธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จัดว่าเป็นปฐมเทศนาที่แสดงกับท่านปัญจวัคคีย์ทั้งห้า มีท่านอัญญาโกฌฑัญญะ เป็นต้น ในสมัยเมื่อองค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมสาสัมพุทธเจ้า ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาโพธิญาฌใหม่ๆ เวลานั้นองค์สมเด็จพระจอมไตร ตั้งใจมาเทศน์โปรดพุทธบริษัททั้งห้า หัวใจแห่งการแสดงพระสัทธรรมเทศนาเวลานั้นมีอยู่ ๓ อย่างด้วยกันคือ
      ๑. อัตตกิลมถานุโยค
      ๒. กามสุขัลลิกานุโยค
      ๓. มัชฌิมาปฏปทา
      สามอย่างนี้ เพราะว่าเวลานั้นเป็นเวลาเชื่อมพระพุทธศาสนากับศาสนาพราหมฌ์ เดิมทีพราหมณ์ ชอบปฏิบัติตัวในด้านอัตตกิลมถานุโยค มีการทรมานตัวบ้าง นั่งไม่กินข้าวบ้าง กินข้าวเวลาเดียวบ้าง กินข้าวเฉพาะบ้านที่เขาให้บ้านเดียวบ้าง กินข้าวแต่เพียงเล็กน้อยบ้าง ไม่ยอมนอนบ้าง มีการทรมานกายมีการอดข้าวบ้าง อย่างนี้เป็นต้นพราหมฌ์เขาชอบทรมานตน วิธีนี้องค์สมเด็จพระจอมไตรก็ลองเหมือนกัน เพราะว่าสมัยนั้นเขาถือว่าดี องค์สมเด็จพระชินสีห์ ทำมาสิ้นเวลาหกปีจนร่างกายซูบผอมมากเดินซวนจะล้ม

หน้า 45 สารบาญ หน้า 47