|
ทาง
๔ แพร่งสู่โลกันตนรก และสำนักพระยายม
ท่านสาธุชนทั้งหลายและพระคุณเจ้าที่เคารพ
เมื่อวันพุธก่อนได้บอกบารมีให้แก่พระคุณเจ้าและบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทว่า
การที่จะบำเพ็ญบารมีไปนรกเขาบำเพ็ญกันยังไง หวังว่าพระคุณเจ้าและบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทก็คงยังจะจำได้
แล้วก็คงตั้งใจบำเพ็ญบารมีกันครบถ้วนแล้ว เข้าใจว่าอย่างนั้นนะ เข้าใจว่าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทบำเพ็ญบารมีกันครบถ้วนแล้ว
ถ้าอยากจะอยู่นรกเลยนะ ถ้าหากว่าบรรดาท่านทั้งหลายไม่มีความประสงค์จะอยู่นรก
ไม่ต้องบำเพ็ญบารมีอย่างนั้น ทำตามแบบฉบับที่พระพุทธเจ้าสอนคือทรงอธิศีลสิกขา
รักษาศีลให้บริสุทธิ์ ทรงอธิจิตสิกขา พยายามเจริญสมถกรรมฐานให้มีจิตเป็นฌาน
และทรงอธิปัญญาสิกขา พยายามเจริญวิปัสสนาให้จิตหมดจากกิเลสอย่างนี้ไม่ต้องอยู่ในนรก
แต่เที่ยวนรกได้สบาย เป็นอันว่าพระคุณเจ้าที่เคารพและบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทที่รักก็คงจะบำเพ็ญบารมีกันอย่างใดอย่างหนึ่งครบถ้วนแล้ว
วันนี้เตรียมตัวเดินทางต่อไป แต่ว่าจะเดินทางถึงไหนก็สุดแล้วแต่เวลา
แต่ว่าสถานี ๐๔ ตาคลี มีนาวาอากาศตรี มนูญ ชมภูทีป เป็นหัวหน้าหน่วยสื่อสาร
แล้วก็มีพันจ่าอากาศเอก กฤษณ์ บำรุงพงศ์ เป็นหัวหน้าสถานี อนุญาตอาตมภาพใช้สถานีท่องเที่ยวได้วันพุธละ
๓๐ นาที ความจริงเที่ยวจริงๆ ไม่ถึง ๓๐ นาที เพราะอะไร เพราะมัวเกะกะตามทาง
อันนี้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทคงจะสงสัยว่าทำไมถึงเกะกะ นี่ก็ตอบไม่ยาก ท่านทราบภาษิตโบราณดีอยู่แล้วว่าหัวล้านนอกครู
อาตมาก็มีสภาพเผ่าพันธุ์หัวล้านเหมือนกันก็เลยนอกครู ถ้าจะไม่นอกครูประเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นคนหัวล้านไม่ปฏิบัติตามครู
ครูหัวล้านก็เลยต้องเกะกะ เมื่อเกะกะก็เลยไปช้า ความจริงการไปช้าดีกว่าการไปเร็ว
เพราะการไปเร็วไม่เห็นข้างทาง ประเดี๋ยวบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทจะหาว่า หมอนี่พาเที่ยวดูไม่ครบ
เอาละ ต่อจากนี้ไปขอออกเดินทางกัน การเดินทางไปเมืองนรกไปยากเหมือนกัน
หมายความว่าถ้าคนที่ได้ฌานก็ต้องทรงฌานสมาบัติถึงฌาน ๔ แล้วก็ทรงมโนมยิทธิ
นี่พูดกันถึงว่าไม่ได้อภิญญา ๖ นะ ถ้าหากว่าท่านได้อภิญญา ๖ แล้วไม่ยาก สำหรับพวกที่ได้วิชชาสามแก่ขึ้นไปนิดหนึ่ง
วิชชาสามอย่างแก่ได้มโนมยิทธิด้วย เรียกว่ามีอภิญญาติดหาง
|