|
เพราะพระพุทธเจ้ากล่าวว่า เจตนาเป็นตัวกรรม เวลาที่เราจะตายอาศัยใจเท่านั้น
ที่ชักชวนบรรดาท่านพุทธบริษัทเจริญมหาสติปัฏฐานสูตรมาในพรรษาก่อน ก็เพื่อจะให้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายทำใจให้หยั่งอยู่ในกุศลจิต
คือจิตจับในส่วนที่เป็นกุศลไว้โดยเฉพาะ ทำให้มีอารมณ์เคยชิน เมื่ออารมณ์มันชินดีแล้ว
เวลาจะตายจริงๆ จิตก็จับอยู่เฉพาะแต่สิ่งที่เป็นกุศล หรืออารมณ์ที่เป็นกุศล
เมื่อตายจากคนแล้ว เราจะเป็นเทวดาก็ได้ พรหมก็ได้ หรือว่าไปนิพพานก็ได้ สุดแล้วแต่กำลังของจิต
หากว่าเราจะกลับมาเกิดเป็นคน ก็เป็นคนชั้นดี เป็นคนที่มีความสุข เป็นคนที่มีบุญญามาก
จึงได้ชวนให้บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนเจริญสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน และมหาสติปัฏฐานสูตร
(ความจริงก็มีอรรถเสมอกัน)
นี่แหละ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ทุกท่าน
และบรรดาท่านทั้งหลายที่ติดตามการทัศนาจร เมื่อท่านเห็นสัตว์เดียรัจฉานแล้ว
ขอได้โปรดให้ความเมตตาปรานี ถ้าเราจะให้ขนมสักนิด อาหารสักหน่อย เศษอาหารสักนิดก็ตาม
ก็ให้ด้วยความปรานี อย่าให้ด้วยความจำใจ เพราะว่าการให้ทานแกสัตว์เดียรัจฉานย่อมมีผลประโยชน์เป็นความดีแก่ท่านพุทธบริษัทมาก
เพราะว่าจะได้เป็นเกราะป้องกันนรกด่านแรกของเรา ทั้งนี้เพราะอะไร? เพราะทาน
การบริจาคเป็นการกำจัดโลภะ ความโลภของจิต แล้วคนที่จะให้ทานได้ก็ต้องประกอบไปด้วยความเมตตาและกรุณา
ตกอยู่ในอำนาจของพรหมวิหาร ๔ ถ้าคนใดจิตจับอยู่ในอำนาจของพรหมวิหาร ๔ วันหนึ่งสักชั่วขณะจิตเดียว
พระพุทธเจ้ากล่าวว่า "เรากล่าวว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้ไม่ว่าจากฌาน"
แล้วคนใดที่มีเมตตาจิตอยู่แล้วองค์สมเด็จพระประทีปแก้วกล่าวว่า เขาผู้นั้นเป็นผู้มีอภัยทาน
มีอานิสงค์มาก ตกนรกไม่เป็น
เอาละ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ชมวันนี้ก็ได้แค่นี้เท่านั้น
เพราะอะไร เพราะเวลามันหมด นี่เราพักกันในดินแดนของสัตว์เดียรัจฉานสัก ๗
วันนะ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย พอครบวันพุธหน้า เรามาคุยกันใหม่ ตานี้
จะได้เดินไปในดินแดนของมนุษย์ มีเรื่องอะไรควรจะเล่าให้ฟังในดินแดนของมนุษย์
ก็จะเล่าให้ฟังตามสมควรแก่เวลาและตามความรู้ที่จะพึงมีมา สำหรับวันนี้ต้องลาท่านก่อน
ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล
จงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังทุกท่าน สวัสดี.
|