ภุมเทวดา

      ท่านสาธุชนทั้งหลาย วันนี้ก็ลองย่องๆ แถวเมืองมนุษย์นี่ก็แล้วกัน อย่าเพิ่งไปไหน แต่ทว่าย่องแหงนขึ้นไปให้สูงนิด คือว่าเรามาดูท่านเทวดาที่อยู่กับเมืองมนุษย์ ที่เราสามารถจะมองเห็นในเมืองมนุษย์ได้ เวลานี้เรามาทัศนาจรดูเทวดากันบ้าง แต่ก็ยังไม่ต้องเดินไปถึงเมืองเทวดา เพราะว่าเทวดาอยู่ใกล้ๆ บ้านเรามีเยอะ เขาเรียกว่าเทวดาอะไร บรรดาท่านผู้ฟังหรือท่านผู้ติดตาม?
      มองไปข้างหน้าตามพื้นแผ่นดินเห็นท่านเดินกันออกเกลื่อน หน้าตาสะสวย มีเครื่องแต่งตัวเรียบร้อย ผิวละเอียด แลดูสวยกว่าคนสวยตั้งมาก เท้าไม่ถึงดิน เดินอยู่ใกล้ๆ แผ่นดิน แต่ว่าเท้าไม่ถึงดิน จะว่าสูงขึ้นบนอากาศก็ไม่ใช่ เทวดาประเภทนี้ ท่านเรียกว่า ภุมเทวดา ที่บรรดาท่านพุทธบริษัทพากันเรียกว่าพระภูมิเจ้าที่ ความจริงก็เป็นยังงั้นภุมเทวดาหรือภูมิเทวดา ภาษาบาลีอ่านว่า ภู-มิ แล้วก็เทวดา ภูมิแปลว่าแผ่นดิน เทวดาแปลว่าผู้ประเสริฐ ถ้าจะแปลกันทุกศัพท์ ก็เรียกว่าคนที่มีความประเสริฐอยู่ในแผ่นดินหรือว่าผู้ที่มีความประเสริฐอยู่ในแผ่นดิน สำหรับภุมเทวดานี้ ท่านพุทธบริษัท นั่งดูให้ดีเดินดูให้ดี จะเห็นว่ามีเกลื่อนกลาดไปหมด แต่ละท่านหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่งตัวสุภาพสวยงาม ลีลาการเดินก็สวย แต่น่าแปลกใจไหม มือขวาตั้งแต่ข้อมือลงไปถึงปลายนิ้ว ปรากฏว่ามีสีแดง แล้วก็แดงไม่เสมอกัน บางองค์ก็แดงเข็ม บางองค์ก็แดงจางๆ จงจำไว้ให้ดีว่ามือสีแดงเข็ม มีอานุภาพมากกว่าองค์ที่มีสีแดงจางๆ นี่ฤทธิ์ของท่านอยู่ที่มือ เทวดาพวกนี้ เรียกว่าภุมเทวดา มีวิมานเป็นที่อยู่เหมือนกัน แต่วิมานอยู่ใกล้ๆ แผ่นดิน เรียกว่าตั้งอยู่เฉียดๆ แผ่นดิน สูงกว่าแผ่นดินประมาณสักคืบหรือศอก ไม่ได้ตั้งอยู่ในดิน คือไม่ได้ปักเสา นี่เป็นวิมานของเทวดาประเภทนี้ เทวดาประเภทนี้ ทำบุญอะไรไว้ อันนี้อาตมาไม่เคยค้นพบเลย จะกล่าวว่าพระพุทธเจ้าไม่เทศน์ไว้ก็เห็นจะไม่จริง แต่ว่าค้นไม่พบ หรือว่าพบแล้วจำไม่ได้ก็ไม่ทราบ จะย่องๆ เข้าไปถามเทวดาสักองค์ก็เกรงใจท่าน หรือเอาสักนิดเป็นยังไง สงสัยนี่ สงสัยก็ลองถามดู เอาองค์นี้แล้วกัน องค์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่งกายด้วยเครื่องขาว ขาวทั้งชุด หน้าตาอิ่มเอิบ ท่านยิ้มหน้าระรื่น อยากจะถามท่านนะ เอ้า บรรดาท่านพุทธบริษัทที่ติดตาม มายืนล้อมกัน แล้วก็ฟังท่านพูด

หน้า 140 HOME หน้า 142