|
ปรารถนาจะปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระชินสีห์บรรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ให้อยู่ค่อนข้างสบายนิดๆ ไม่ได้สบายมาก มีที่กินสบายหน่อยๆ ไม่ใช่สบายมาก
จะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมะ จึงจะสร้างวิหารทานขึ้นให้พอสมควรแก่บุคคลผุ้มาพัก
เอาละ วันนี้มาพูดกันต่อไป ว่ากันถึงพรหมชั้นดีเลยนะ
เป็นพรหมชั้นอนาคามีระหว่างสวรรค์ถึงพรหมนี่เราไม่ได้ชมกันเสียแล้ว บรรดาพระคุณเจ้าที่เคารพและบรรดา
ญาติโยมพุทธบริษัทที่รัก เรามาวิ่งชมกัน ถ้าขืนเดินชมกันละก็ร้อยงวด ร้อยพุธไม่จบ
นี่เราว่ากัน เพียง ๒๔ พุธ หรือ ๒๔ ตอน เอากันแค่นี้ก็แล้วกัน วันนี้มาว่ากันถึงพรหมชั้นที่
๑๒, ๑๓, ๑๔, ๑๕, ๑๖ สี่ชั้น แล้วจะย่องพูดเรื่องนิพพานสักนิด นิพพานนี่จะพูดไว้นิดเดียว
พูดมากไม่ได้ ประเดี๋ยวคนตกนรกมาก สำหรับพรหม ๔ ชั้นนี้ เป็นพรหมที่ได้อนาคามี
สมัยที่เป็นมนุษย์ เจริญฌานสมาบัติได้ถึงฌาน ๔ แล้วก็ได้อนาคามี เหลืออีกขั้นเดียวจะเป็นพระอรหันต์
ถ้าหากว่าท่านที่ได้อนาคามีแล้ว แล้วเวลาจะตายได้ฌาน ๔ ขอโทษได้ฌาน ๔ มาก่อน
เวลาจะตาย ทรงอยู่ในฌาน ๔ ออกจากกายด้วยกำลังของฌาน ๔ อันดับแรก ว่ากันยังงั้นก็แล้วกัน
อันดับแรก ท่านบอกว่าเป็นประเภทมีอินทรีย์แก่กล้านะ อินทรีย์แก่กล้า อินทรีย์นี่คือความเป็นใหญ่
แล้วแก่กล้า ในทางการพิจารณาใหญ่ หูก็ใหญ่ ตาก็ใหญ่ ปากก็ใหญ่ จมูกก็ใหญ่
ใหญ่ในที่นี้ มีความเป็นใหญ่ ในอายตนะ ปากมีหน้าที่กิน จมูกมีหน้าที่สูดกลิ่น
หูมีหน้าที่ฟัง อย่างนี้เป็นต้น จมูกจะไปฟังเสียง ไม่ได้ เพราะหูเขาใหญ่
เขาไม่ยอมให้ฟัง หูก็เหมือนกันจะไปดมกลิ่นไม่ได้เพราะจมูกเขาใหญ่ เขาไม่ยอมให้ละเมิดหน้าที่เขา
หน้าที่ใครหน้าที่มัน พรหมประเภทนี้ พิจารณาอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖
มีความแก่กล้า เห็นว่าไม่เป็นเรื่อง เกิดมาเป็นพรหมชั้นที่ ๑๒ พรหมชั้นนี้
มีชื่อ อวิหาสุทธาวาส มีอายุ ๑,๐๐๐ กัป ว่ากันง่ายๆ ยังงี้ดีกว่า
แล้วต่อไปพรหมชั้นที่ ๑๓ เป็นพระอนาคามี เวลาตาย ออกจากฌาน ๔ เหมือนกัน พรหมนี้มีวิริยะกล้า
เพราะมีความเพียร มาก มีวิริยะ อุตสาหะมาก ไม่อยากจะพูดกับใครไม่อยากจะคุยกับใคร
มุ่งหน้าอย่างเดียว ปฏิบัติเพื่อบรรลุมรรคผล อันนี้องค์สมเด็จพระทศพลท่านบอกว่า
เวลาตายจากความเป็นมนุษย์ มากเกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๑๓ พรหมชั้นนี้มีนามว่า
อตัปปาสุทธาวาส
|