|
นรกขุมใหญ่
ขุมที่ ๖-๘
ท่านสาธุชนทั้งหลายและพระคุณเจ้าที่เคารพ
สำหรับวันพุธนี้ ก็มาพบกับบรรดาพระคุณเจ้าและบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทตามปกติ
เมื่อวันพุธก่อนได้พาบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทไปชมนรกได้ ๕ ขุม แล้วพอถึงขุมที่
๕ แล้วก็หมดเวลา เลยพาท่านนอนพักเสียที่ปากนรกที่ ๕ เพราะเวลานี้เป็นเวลาที่ท่านกับอาตมาได้พากันทัศนาจรนรก
สำหรับวันนี้ ขอพาท่านไปเที่ยวนรกขุมที่
๖ บางทีจะถึงขุมที่ ๘ เพราะว่าเรื่องนรกนี้จะพยายามพูดให้เร็ว นรกขุมที่
๖ ชื่อว่า ตาปะมหานรก คำว่าตาปะนี่แปลว่าร้อนมีอาการเผาผลาญ มีความร้อนมาก
แล้วก็ลงว่ามหานรกก็แปลว่านรกใหญ่ นรกขุมยิ่งมากเข้าไปลึกเข้าไปเท่าไร นรกก็ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าคนที่เกิดมาแล้วในโลกนิยมลงนรกกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนรกขุมใดเป็นนรกที่มีความร้อนแรงมาก
นรกขุมนี้ บรรดาประชาชนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนิยมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอเวจีมหานรกอันนี้ยิ่งนิยมกันมาก
เพราะปรากฏว่าเป็นนรกใหญ่ มีความร้อนแรงจัดลงโทษหนัก แต่ว่าบรรดาสัตว์นรกก็มีมากที่สุดกว่าบรรดาขุมทั้งหลาย
อันนี้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายจะได้รับฟังต่อไป สำหรับวันนี้เราออกเดินทางจากนรกขุมที่
๕ มาเสียก่อน บรรดาพุทธบริษัทและพระคุณเจ้าทั้งหลายตามกระผมมา
เราเดินมุ่งไปข้างหน้า ต่ำลงไป คือว่าทางมันลาดต่ำลงไป
ทางเดินมุ่งไปทางทิศตะวันออก อันนี้เรายังจะไม่พูดกันถึงนรกบริวาร ผ่านนรกขุมใหญ่ไปก่อน
ประเดี๋ยวจะกลับกัน ฟังไม่ถนัด เดินไปถึงนรกขุมใหญ่ขุมที่ ๖ แสงเพลิงสว่างไสวมาก
เป็นแสงไฟละเอียด มองดูสัตว์ได้ยินเสียงร้องระงมไปหมด มีอาการดิ้นทุรนทุราย
อาการเป็นยังไงเดี๋ยวค่อยคุยกัน
ตานี้ เราถามเจ้าหน้าที่เขาดูว่านรกขุมนี้น่ะมีอายุเท่าไหร่
ลองถามดูก็ได้บรรดาท่านทั้งหลายที่ติดตามมา คนหน้าตาใหญ่ๆ รูปร่างล่ำสันกำยำ
นุ่งผ้าหยักรั้ง ถืออาวุธยืนอยู่ข้างหน้าเป็นนายนรกขุมนี้ เรียกว่าเป็นหัวหน้าหมวดนายนิริยบาล
คนสำหรับลงโทษสัตว์
|