|
แผนกที่
๓ เรียกว่า อสิปัตตนรก แผนกที่ ๔ เรียกว่า เวตรณีนรก นี่รวม
๔ แผนกด้วยกัน
สำหรับแผนกที่ ๑ คือนรกขุมแรก ที่ออกจากนรกขุมใหญ่แล้วต้องผ่าน
นรกขุมนี้ชื่อว่าคูถนรก คูถะในที่นี้ก็แปลว่าคูถ ว่ากันง่ายๆ ก็คือขี้ จะเรียกว่าอุจจาระมันก็สละสลวยไป
คูถะนี่แปลว่าขี้หรือของสกปรก ทีนี้นรกขุมนี้มีขี้มาก เหม็น ขี้นี้ร้ายแรงมากเหม็นด้วย
แล้วก็ร้อนเหมือนถ่านเพลิง มีขี้สุกแดง เนื้อขี้เป็นเหล็ก เนื้อขี้นี้ไม่ใช่ขี้เหลวๆ
เหมือนขี้คนขี้สุนัข นี่อย่าหาว่าพูดหยาบนะ ความจริงขี้หรืออุจจาระก็มีสภาพเหมือนกัน
แต่มนุษย์ส่วนมากเรียกว่าขี้ นานๆ หลายๆ ปีจึงจะเรียกอุจจาระ ผลที่สุดก็แปลว่าขี้เหมือนกัน
มันก็ไม่หยาบ เป็นชื่อจริงของมัน เป็นภาษาไทย อุจจาระน่ะเป็นภาษาแขก เรียกกันว่า
ภาษาบาลี หรือภาษามคธ ไม่ใช่ภาษาของเรา นี่พูดให้คนไทยฟัง ไม่ได้พูดให้แขกฟัง
ก็เลยใช้ภาษาไทย นรกขี้ขุมนี้นอกจากมีขี้แล้วก็มีหนอนปากเหล็ก หนอนตัวใหญ่มากปากเหล็ก
เมื่อบรรดาสัตว์นรกขุมใหญ่เข้าไปถึงนรกขุมเล็กนี่แล้ว บรรดาหนอนทั้งหลายก็พากันยื้อ
เพราะเวลาที่เข้าไปนรกขุมนี้เนื้อหนังบริบูรณ์ดี เรียกว่าอ้วนพีเป็นอาหารของบรรดาหนอนทั้งหลายได้
บรรดาหนอนทั้งหลายเห็นเข้าก็พากันเข้ามากัดกิน เมื่อบรรดาหนอนกัดกินก็เกิดความเจ็บความปวด
ไอ้ตัวใหญ่ก็กินข้างนอก ตัวเล็กก็เข้ารูจมูกบ้างรูหูบ้าง เที่ยวกัดกินภายใน
จะกินอยู่เวลาเท่าไรท่านไม่ได้กำหนดไว้ เวลาที่หนอนทั้งหลายกัดกินเนื้อหมดไปมันก็เกิดขึ้นมาใหม่
ไอ้หนอนก็กัดกินต่อไปจนกว่าจะสิ้นกฎของกรรม ร้อนก็ร้อน เจ็บก็เจ็บ กินอะไรก็ไม่ได้
หนีก็ไม่พ้น หนอนรุ่นใหญ่ก็รัดเสียกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ ไอ้รอบๆ บริเวณ ขี้ก็ร้อนจัด
รัดรึงตัวเข้ามา เหม็นก็เหม็น นี่เป็นนรกพิเศษ เขาเรียกกันว่านรกดอกเบี้ย
นรกขุมที่ ๑ ผ่านไปนะ สำหรับนรกบริวารก็ลองนั่งนึกดูซิว่ามันดีหรือไม่ดี
ทั้งร้อน ทั้งเหม็น ทั้งเจ็บ แล้วก็ไม่มีทางจะดิ้นจะรนหนีไปไหนได้ อยู่ยังงั้นตลอดกาล
น่าอยู่หรือไม่น่าอยู่ก็ตามใจท่านผู้ฟัง อ้าวว่าจะเดินนำเที่ยวมาคุยกันเสียแล้ว
เอ้า เดินกันต่อไป เดินไปมหานรกขุมที่ ๒ สำหรับนรกบริวาร
นรกขุมที่ ๒ นี่ ชื่อว่า กุกกุฬนรก
นรกขุมนี้แปลว่าเถ้ารึง คำว่าเถ้ารึง นี่แหมรู้สึกว่าเข้าใจยาก เอาขี้เถ้าก็แล้วกัน
แต่ขี้เถ้านี่มันเหนียว มันจับกันเป็นใยเป็นสาย ไม่เหมือนขี้เถ้าหัวหงอกในเตาไฟของเรา
ขี้เถ้าหัวหงอกนะ ไม่ใช่ขี้เถ้าหัวล้าน
|