ยมโลกียนรก ขุมที่ ๑-๒

      ท่านสาธุชนทั้งหลายและพระคุณเจ้าที่เคารพ เมื่อวันพุธก่อนได้เที่ยวมาถึงเวตรณีนรก จัดว่าเป็นนรกขุมใหญ่และนรกขุมบริวาร สำหรับนรกขุมใหญ่ก็ดี นรกบริวารทั้ง ๔ ขุมก็ดีที่จะต้องผ่านแต่ละขุมจากขุมใหญ่ เป็นนรกที่เกิดมาจากกฎของกรรมของกรรมบถ ๑๐ ประการ ว่าทำหนักหรือทำเบาด้วยกำลังของใจจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม รวมความว่าเป็นนรกขุมใหญ่ ท่านไม่ได้แจกแจงเข้าไว้ประเภทอย่างไหนต้องตกนรกขุมไหน ในเมื่อท่านไม่ได้บอกไว้โดยเฉพาะ อาตมาก็ไม่บอกเหมือนกัน เพราะถ้าขืนบอกเดี๋ยวจะเลยกลายเป็นดีกว่าพระพุทธเจ้าไป คนที่ดีกว่าพระพุทธเจ้าน่ะก็มีพระเทวทัตเป็นตัวอย่างอยู่แล้ว เราก็จะไปนรกขุมที่ ๘ ที่เรียกกันว่าอเวจีมหานรก ก็ไปพบคนดีพิเศษที่มหานรก อันนี้ก็เลยไม่อยากดีอย่างนั้น หรือว่าจะเผลอดีไปบ้างก็ไม่ทราบ เป็นเรื่องของมัน ในเมื่อเราไม่ดีก็ช่างมัน
      ตานี้เมื่อตกนรกขุมใหญ่ ๘ ขุม หรือขุมใดขุมหนึ่งและผ่านนรกบริวารแล้วอย่าคิดว่าหมดโทษกันแค่นั้น ท่านกล่าวว่าถ้ากฎของกรรมหรือเศษของกรรมยังไม่หมด จะต้องถูกลงโทษที่ยมโลกียนรกอีก ๑๐ ขุม สำหรับยมโลกียนรก ๑๐ ขุมนี่เขาแยกประเภทแล้ว ใครทำความชั่วแบบไหนตกนรกขุมนั้น แต่ละขุมๆ ลงโดยเฉพาะ นรกขุมนี้รู้สึกว่าค่อยยังชั่วหน่อยเพราะหลีกได้นรกบริเวณนี้นะ แต่ว่านรกขุมใหญ่นั้นไม่มีทางหลีก ถ้าละเมิดกรรมบถ ๑๐ อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นลงนรกขุมใหญ่ก่อน แล้วมาผ่านนรกบริวาร ผ่านนรกบริวารแล้วยังต้องมาผ่านยมโลกียนรกอีก ๑๐ ขุม แต่ว่าสำหรับยมโลกียนรกนี่ก็บอกแล้วว่าเขาเอาเฉพาะเรื่องลงโทษเฉพาะอย่าง
      เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัท เวลานี้ชมนรกขุมใหญ่กันพอสมควร แล้วก็ผ่านนรกบริวารพอสมควรแล้ว จะไปพูดมากกว่านี้มันก็พูดไม่ได้ เพราะว่าคนพูดไม่ได้เห็นเอง เรียนตามหนังสือ เรียนตามครูบาอาจารย์ท่านว่า ก็เลยว่าไปตามกัน อย่าหาว่าปรัมปราเกินไป ไอ้จะบอกว่าเห็นก็บอกยาก จะว่าไม่เห็นเลยก็บอกไม่ได้ เพราะที่ว่าเห็นตัวนรกมีจริงหรือว่าไม่เห็นนั้นเป็นเรื่องของปัจจัตตัง ตามที่ผู้ใหญ่ท่านพูด คือพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย และท่านผู้ทรงฌานสมาบัติขั้นสูงขึ้นไปก็พูดตรงกัน

หน้า 59 HOME หน้า 61