ที่พูดแบบนี้เป็นการยับยั้งมิจฉาทิฐิของพระองค์นั้นไว้ เกรงว่าท่านจะลงนรกนานเกินไป สงสาร ประเดี๋ยวจะไม่มีเพื่อนพระ พระประเภทนี้มีมากเสียด้วย บวชแล้วไม่เอาไหนหวังลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ได้มาแล้วก็เมากัน เมาศักดิ์ศรี เมาชื่อเสียง พอมีโอกาสออกเสียงทางวิทยุได้ก็อวดเป็นคนรู้ แต่ความรู้ก็รู้เหมือนกัน แต่ว่ารู้ทางลงนรก มันจะดีอะไร
      เอา อย่าไปคุยกับท่านเลยนะ คุยกับบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทดีกว่า หรือสำหรับพระคุณเจ้าที่เคารพที่กำลังนั่งรับฟังอยู่ดีกว่า นี่เวลานี้เราออกจากสถานีปลายทาง คือเวตรณีนรก ไปกันเสียทีนะโยมนะ เดินตามอาตมามา กลับไปที่เดิมก่อน กลับไปสู่สำนักของพระยายม เดินมาทางดีนะ หันหน้ามาทางด้านทิศตะวันตก เดินตามอาตมามา ทางขาวสะอาด ผ่านนรกแต่ละขุม นรกขุมที่ ๘ ที่ ๗ ที่ ๖ ที่ ๕ ที่ ๔ ที่ ๓ ที่ ๒ หันไปทางขวามือ จดจำภาพเข้าไว้ว่าบรรดาสัตว์นรกทั้งหลายไม่มีความสุขแม้แต่ ๑ เสี้ยววินาที นี่ เป็นยังงี้นะ อย่ามากันเลยดีกว่านะ เวลาที่เราตายแล้ว เมื่อจิตออกจากร่างแล้วอย่ามาเลย ดูซิว่าสัตว์นรกที่เขาว่าจิตออกจากร่างแล้วมีความสุขกายแล้วพ้นทุกข์ มันพ้นที่ไหน ที่นี่ไม่มีเวลาพักผ่อน จิตเมื่อออกจากร่างแล้วไม่มีเป็นสัตว์เดียรัจฉาน เป็นคนหมด สัตว์เดียรัจฉานทุกตัวที่เราเห็นว่าเป็นสัตว์ ความจริงก็คือจิตของคน อาศัยกรรมที่เป็นอกุศลเข้าไปสิง เวลาเป็นสัตว์มีความปรารถนาไม่สมหวัง ก็มีความทุกข์ ต้องการหวานได้เผ็ด ต้องการเผ็ดได้เค็ม ต้องการเย็นได้ร้อน ต้องการร้อนได้เย็น สิ่งที่เราต้องการเราไม่ได้ตามความปรารถนาเพราะบอกใครเขาไม่ได้ ภาษาของสัตว์คนไม่รู้ ถึงแม้ว่ารู้เขาต้องนึกว่าสัตว์มีความต้องการไม่เสมอคน เวลานี้นักปราชญ์ทั้งหลายทางโลกเขาว่ากันยังงั้น สัตว์ที่มีสมองเล็ก สัตว์ที่มีสมองใหญ่ ความต้องการของสัตว์ทั้งหลายเป็นยังงั้นเป็นยังงี้ นี่เป็นการเดา ความจริงจิตใจของสัตว์ก็เป็นจิตใจคนนั่นเอง มีความปรารถนาเท่าคน แต่ทว่าตนเองมีโทษ ต้องถูกลงโทษให้เข้าในร่างของสัตว์ จึงรับความลำบาก
      เอาละ เรื่องนี้ผ่านไป เดินมาถึงสำนักของพระยายม เข้าไปหาท่านสักนิดดีไหม อย่าเข้าไปเลยนะ มันซ้ำกัน พูดแล้วมันซ้ำกัน ดูคนซี บรรดาคนตัวใหญ่ๆ เป็นนายนิริยบาลควบคุมบรรดาคนทั้งหลายที่ตายไปแล้ว ยืนกันอยู่สะพรั่ง ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย คนมีวาสนาใหญ่ คนมีวาสนาเล็ก พระเจ้า เณร เถร ก็มีตั้งเยอะแยะ ยืนกันอยู่เป็นกลุ่มๆ


หน้า 61 HOME หน้า 63